มาริโอสดุดี!! กรรมการเกมพ่ายเชียงราย คือ แมน ออฟ เดอะ แมตช์

จบลงไปแล้ว สำหรับเกมบิ๊กแมทช์ประจำกลางสัปดาห์ คู่ระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทองฯ โดยผลจบลงที่เจ้าบ้านเฉือนชนะไป 2-1 แต่ยังมีสิ่งให้พูดถึงหลังเกมอีกเพียบ โดยเฉพาะ 2 เหตุการณ์สำคัญที่มีผลทำให้กิเลนผยองพลาดคว้าแต้มออกจากถิ่นเชียงราย

โดยเหตุการณ์สำคัญที่ว่านั้น จังหวะแรก คือ จังหวะที่ พิชา อุทรา ยิงประตูตีเสมอเชียงรายได้ก่อนหมดครึ่งแรก แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้ยกธงล้ำหน้าไปก่อน โดยที่จังหวะแบบนี้ก้ำกึ่ง ผู้ตัดสินน่าจะขอเวลาดู VAR สักหน่อย แต่ปรากฎว่า VAR เสียไม่สามารถดูได้ เมืองทองอดได้ประตู พอมาครึ่งหลังสำหรับจังหวะที่ 2 คือ ปรากฎว่าซ่อม VAR ได้แล้วเฉยเลยพอดีกับจังหวะผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษแก่เจ้าบ้านเชียงรายจากจังหวะที่บอลโดนแขนของแดร์เลย์จนเป็นที่มาของประตูชัยของเชียงรายคว้าสามแต้มในบ้าน

งานนี้ใครอยู่ฝั่งเมืองทองหัวร้อนทุกคนแน่นอน ที่ร้อนสุดๆ เป็นใครไปไม่ได้ นั่นคือ มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ตบะแตกจบเกมวิ่งไปหาผู้ตัดสินทันทีก่อนให้สัมภาษณ์อย่างดุเดือดว่า

เรื่อง VAR ในฐานะที่เป็นผู้เล่นมาก่อน และตอนนี้มาเป็นโค้ช ผมมองว่า VAR ทำให้รสชาติของฟุตบอลเสียไป ผมคาดหวังว่า ผู้ตัดสินน่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้สำหรับเกมในวันนี้ สิ่งที่ผมพูด ผมแค่รู้สึกแปลกใจกับ VAR ในเกมนี้ อย่างครึ่งแรกหลังเชียงราย ขึ้นนำ 1-0 จากนั้น VAR ก็เสียก่อนจังหวะที่ พิชา จะยิงตีเสมอ จากนั้น ซาร์ดอร์ มายิงตีเสมอ 1-1 หลังจากนั้น VAR กลับมาใช้ได้ในครึ่งหลัง และเราเสียจุดโทษจาก VAR นั้นอีกที ผมรู้สึกแปลกในเรื่องของ VAR ที่เดี๋ยวก็ใช้ได้แล้วก็ใช้ไม่ได้ในเกมนี้

ในอย่างสุดท้ายจังหวะลูกแฮนด์บอลถึงจะมี VAR แต่คนที่ตัดสินคือกรรมการในสนาม สำหรับผมไม่อยากพูดว่า เห็นหรือไม่เห็นด้วย แต่มันก็ถูกตัดสินโดยคนที่ลงไปตัดสินนั่นคือกรรมการในสนาม ผมหวังว่า กรรมการคนนี้จะทำหน้าที่ให้ดีขึ้นในอนาคต และเป็นกรรมการที่ดีให้ได้ สำหรับผมขอยกให้ กรรมการ เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมวันนี้

ก็ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในการคุมทีมของโค้ชมาริโอ้ โดยตอนนี้เมืองทองมีทั้งหมด 16 คะแนน อยู่อันดับที่ 8 ของตารางไทยลีก สำหรับ ทีมงานผู้ตัดสินทั้งหมดในเกมนี้ ประกอบด้วย ผู้ตัดสิน วิธวรรธน์ จำปาอ่อน, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 โชติระวีย์ ทองดวง, ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 วิเชษฐ์ เกตุแก้ว, ผู้ตัดสินที่ 4 ชัยฤกษ์ งามสม, ผู้ตัดสิน VAR 1 วรินทร สัสดี และ ผู้ตัดสินVAR 2 สุริยา หลีอินทร์