อัลฟองโซ เดวีส์ นักเตะสโมสรไบเอิร์นมิวนิก อนาคตฟูลแบ็คฝั่งซ้ายที่ดีที่สุดในโลก

อัลฟองโซ เดวีส์ ฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค อายุเพียง 19 ปีแต่ฝีเท้าไม่ธรรมดา ได้รับการคาดหวังไปไกลว่าในอนาคตจะเป็นนักเตะตำแหน่งฟลูแบ็คที่ดีที่สุดในโลกอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว หลังที่สามารถช่วยทีมเอาชนะสโมสรบาร์เซโลนาในรอบก่อนชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วันนี้เรามารู้จักฟูลแบล็คฝั่งซ้ายคนนี้กัน

อัลฟอนโซ่ เดวีส์ ว่าที่แบ็คซ้ายเบอร์หนึ่งของโลก

อัลฟองโซ เดวีส์ ฟูลแบ็คฝั่งซ้ายที่เล่นได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง

ด้วยรูปแบบการเล่นบอล และความสามารถเฉพาะโดยเฉพาะความอึดของ อัลฟองโซเดวีส์ ทำให้นักเตะวัย 19 ปีตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งซ้ายของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ได้รับความสนใจจากสโมสรทั่วโลกเป็นพิเศษ ที่สำคัญนักเตะคนนี้สามารถทำหน้าที่ได้หลากหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหลักอย่างฟูลแบ็คฝั่งช้าย เดวีส์สามารถเล่นในตำแหน่งวิงส์แบ็ก กองกลางฝั่งซ้าย หรือปีกได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะเขามีทักษะในการครองบอลที่ดี ตัดบอลได้เยี่ยมและแม่นยำ อีกทั้งสามารถวิ่งได้ตลอดเกมการแข่งขันไม่มีเหนื่อย

นักเตะคนแรกในคริสตทศวรรษ 20000

Alphonso Boyle Davies หรือเรารู้จักกันในชื่อของ อัลฟองโซเดวีส์ เกิดในปี ค.ศ. 2000 ในค่ายผู้ลี้ภัยบูดูบูรามในประเทศกานาซึ่งถือว่าเป็นนักฟุตบอลอาชีพคนแรกที่เกิดปี ค.ศ.2000 โดยมีการลงเล่นให้กับทีมในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ของสโมสรแวนคูเวอร์ไวต์ ก่อนจะทำการย้ายทีมมาไบเอิร์นมิวนิกในต้นปี 2019 แบบค่าตัวโดยทำสัญญาทั้งหมด 3 ปีสิ้นสุดสัญญาในปี 2023 และการย้ายมาครั้งนี้เดวีส์ได้รับรางวัลในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำลีกเยอรมัน บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2019-2020 อีกด้วยถือว่าเป็นการออกสตาร์ทสำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

จุดเริ่มการเข้าสู่วงการนักฟุตบอลอาชีพ

ในปี 2017 เดวีส์เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้กับทีมชาติแคนาดาและสามารถทำประตูได้ถึง 2 ประตูในรายการแข่งขันคอนคาแคฟโกลด์คัพปี 2017 ระหว่างทีมชาติแคนาดาพบกับทีมชาติเฟรนช์เกียนา อัลฟองโซ เดวีส์  เกิดที่ค่ายลี้ภัยบูดูบูรามในประเทศกานา และเคยอาศัยในประเทศไลบีเรียและเมื่ออายุได้ 5 ขวบเขาและครอบครัวได้ลี้ภัยมาอาศัยประเทศแคนาดาพร้อมกับได้รับสัญชาติแคนาดาในปี 2017 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ได้ลงเล่นฟุตบอลในฐานะนักเตะทีมชาติแคนาดา

ผลงานการเล่นฟุตบอลในช่วงเวลาที่ผ่านมา

เดวีส์เริ่มเล่นฟุตบอลกับฟรีฟุตตี ลีกฟุตบอลหลังเลิกเรียนซึ่งเป็นลีกที่เปิดรับเฉพาะนักเรียนระดับประถมเท่านั้น จากนั้นได้ขยับย้ายไปเล่นให้กับเอ็ดมันตันอินเตอร์เนชันนัลส์ และย้ายต่อไปยังทีมเอ็ดมันตันสไตรเกอส์ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมกับแวนคูเวอร์ไวต์แคปส์ทีมสำรองในยูไนเต็ดซอกเกอร์ลีกในช่วงปี 2016 และกลายเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดที่เซ็นสัญญากับทีมด้วยวัยเพียง 15 ปีเศษ

อัลฟองโซ เดวีส์ สามารถทำประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพได้สำเร็จในปี 2016 หลังเซ็นสัญญาได้เพียง 3 เดือนและลงสนามทั้งหมด 11 นัดทำประตูรวมได้ 2 ประตูในฤดูกาลปี 2016-2017 ของยูไนเต็ดซอกเกอร์ลีก ต่อมาในปี 2016 เดวีส์ได้เซ็นสัญญากับทีมชุดใหญ่โดยสิ้นสุดระยะเวลาในฤดูกาลปี 2019-2020 เขายังคงเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในทีมชุดใหญ่เช่นเดิมและถือเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยอันดับ 3 ในเมเจอร์ลีกชอกเกอร์อีกด้วย

เดวีส์ลงเล่นนัดแรกในนามของทีมชุดใหญ่ของเมเจอร์ลีกซอกเกอร์และสามารถทำประตูแรกให้กับทีมชุดใหญ่ในคอนคาแคฟแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2016–2017 ในนัดที่พบกับทีมสปอร์ติงแคนซัสซิตีโดยสามารถยิงประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบน๊อคเอ้าท์ได้สำเร็จ โดยในฤดูกาลนี้เดวีส์ลงสนามในเมเจอร์ลีกทั้งหมด 8 นัดและในปีเดียวกันยังลงสนามในรายการแข่งขันคะเนเดียนแชมเปียนชิปอีกจำนวน 4 นัด พร้อมกับรายการคอนคาแคฟแชมเปียนส์ลีกอีก 3 นัด

ผลงานที่ทำให้สโมสรยักษ์หลายแห่งต้องการตัว

ในปี 2017 เดวีสส์ติด 1 ใน 60 นักฟุตบอลดาวรุ่งของโลก และสามารถสร้างผลงานที่น่าประจำใจมากมายไม่ว่าจะเป็นนัดที่พบกับทีมมอนทรีออลอิมแพ็คเขาสามารถทำ 1 ประตูและอีก 1 แอสซีสให้เคย์ คามารา ทำประตู ต่อมาในการลงสนามเดือนมิถุนายน ปี 2018 นัดที่พบกับทีมออร์แลนโดซิตี เดวีส์สามารถทำได้ 1 ประตูกับ 3 แอสซิส และในนัดที่พบกับทีมมินเนโซตายูไนเต็ดเขาทำอีก 2 ประตูและ 2 แอสซีส ผลงานที่โดดเด่นแบบนี้เองที่ทำให้เขามีชื่อติดอยู่ในทีมรวมดาราเมเจอร์ลีกชอกเกอร์ในเกมออลสตาร์ 2018 และทำให้สโมสรหงษ์แดงลิเวอร์พูล และทีมปีศาจแดงแมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างให้ความสนใจที่จะดึงมาร่วมทีม

ที่สุดแล้วในวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ทีมต้นสังกัดแวนคูเวอร์ได้ประกาศว่าทางทีมและสโมสรยักษ์ใหญ๋ไบเอิร์นมิวนิกในบุนเดิสลีกา เยอรมันนีได้บรรลุข้อตกลงปิดดีลคว้าตัว อัลฟองโซเดวีส์ ไปร่วมทีมหลังจบฤดูกาล 2018-2019 ด้วยค่าตัวย้ายทีม 13.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโบนัสอีกจำนวน 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เดวีส์ลงเล่นนัดแรกในนามของนักเตะสโมสรใหม่เดือนมกราคม ค.ศ. 2019 รายการแข่งขันเทเลกอมคัพนัดชิงชนะเลิศโดยพบกับโบรุสซีอาเมินเชินกลัทบัค ต่อมาได้ลงเล่นในลีกบุนเนสลีกาครั้งแรกในอีก 7 วันต่อมาในนัดที่ไบเอิร์นมิวนิกพบกับเฟาเอ็ฟเบ ชตุทท์การ์ท เดวีส์สามารถทำประตูแรกในบุนเดสลีกาได้ในอีก 2 เดือนต่อมาระหว่างการทำศึกพบกับทีมไมนทซ์และถือว่าเป็นนักเตะชาวแคนาดาคนแรกและอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูได้ในลีกเยอรมันนี บุนเดสลีกา

ตลอดฤดูกาล 2019–2020 เดวีส์เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายเพื่อเปิดโอกาสให้ดาวิด อาลาบา เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กแทนเขาและปรากฏว่าการลงเล่นในตำแหน่งนี้เองเดวีส์ได้รับคำชมว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างผลงานได้ดีเยี่ยม ถือเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ได้

หลังจากรายการฟุตบอลลีกต่างๆ และการแข่งขันชิงถ้วยทุกประเภทกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังจากเกิดปัญหาเรื่องโรคระบาดโควิด19 นัดที่สำคัญของเดวีส์คือในรายการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกที่พบกับสโมสรบาร์เซโลนา เดวีส์สามารถทำแอสซีสให้โยชัว คิมมิช ทำประตูเอาชนะทีมบาร์เซโลนาในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกได้ และในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2020 เขาลงเล่นเป็นตัวจริงในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่พบกับสโมสรปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ซึ่งสุดท้ายแล้วสโมสรไบเอิร์นต้นสังกัดของเดวีส์สามารถเอาชนะไปได้และคว้าแขมป์รายการนี้มาครองได้สำเร็จ

ผลงานในฐานะทีมชาติแคนาดา

อัลฟองโซ เดวีส์ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 15 ปี / 18 ปี และ 20 ปีตามลำดับและหลังจากนั้นด้วยวัยเพียง 17 ปีเดวีส์ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่แคนาดาทันที อย่างไรก็ตามยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยที่น่าสนใจคือเดวีส์เกิดในกานา และมีสัญชาติไลบีเรีย ก่อนจะได้สัญชาติแคนนาดาเพิ่มมาอีก 1 สัญชาติในฐานะผู้ลี้ภัย ทำให้เขาสามารถเลือกเล่นทีมชาติได้ถึง 3 ประเทศเลยทีเดียว

ผลงานทีมชาติที่น่าสนใจของเดวีส์ในนัดที่สามารถทำประตูได้ในนามทีมชาติได้แก่รายการแข่งขันคอนคาแคฟเนชันส์ลีกฤดูกาล 2019–2020 ลีกเอ เดวีส์ลงเล่น 2 นัดพบกับทีมชาติคิวบาในวันที่ 7 และ 10 กันยายน ค.ศ. 2019 โดยทั้งสองนัดเดวีส์สามารถทำประตูได้และช่วยให้ทีมชนะไปด้วยประตูรวม 1 ประตูต่อ 0 และในนัดที่พบกับทีมชาติสหรัฐอเมริกาเขาสามารถทำประตูคว้าชัยเอาชนะสหรัฐได้เป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปีของการพบกันทั้งสองทีม

ด้วยอายุยังน้อยและผลงานดี ฝีเท้าเยี่ยมอีกทั้งยังสามารถทำหน้าที่ได้หลายตำแหน่งและที่สำคัญเดวีส์ผู้วิ่งเร็วและไม่เคยเหนื่อย เชื่อแน่ว่าในฤดูกาลต่อไปสโมสรจากพรีเมียร์ลีกต้องพยายามคว้าตัวเขาไปร่วมทีมให้ได้อย่างแน่นอน

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี