ไลป์ซิก

ไลป์ซิก เฉือนมาดริด ลอยลำเข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยร์ลีก

ไลป์ซิก กับการเข้ารอบรองชนะเลิศในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนร์ลีก 2020 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โดยเฉือนชนะแอดเลติโก้มาดริด 2 ประตูต่อ 1 ในการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายในช่วงเข้าตรูตามเวลาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลบาลาเต้ ในเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้สโมสรเข้าไปตัดเชือกกับทีมปารีส แซงต์-แซร์กแมง เตะแบบน๊อคเอ้าท์ในวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 02.00 นาฬิกาสำหรับผู้ชนะในเกมนี้จะเข้าไปสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย ไปรอเจอกับ ปารีส แซงแชงแมง

ไลป์ซิก

ไลป์ซิก VS มาดริด กับการวิเคราะห์บอลกูรูไทย

ในการทำศึกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในยูฟ่า แชเปี้ยนร์ลีก ฤดูกาล 2020 ทั้งสองได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีทั้งคู่ทั้ง ไลป์ซิก ทีมจากบุนเดสลีกา เยอรมันนี และแอตเลติโก มาดริด ทีมดังจากลา ลีกา สเปน โดยเฉพาะทีมม้ามืดน้องใหม่จากเยอรมันนี ซึ่งถ้าสามารถชนะในครั้งนี้ได้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยทีเดียว ในขณะที่ประเทศไทยให้ราคาทีมมาดริดต่ออยู่ที่ 0.25 โดยยกให้ทีมจากเยอรมันนีเป็นทีมรอง ผลการแข่งขันที่คาดหมายไว้เมือในเวลา 1 ประตูต่อ 1

นักเตะที่ลงสนามในวันแข่งขันของแต่ละทีม

  • ทีม ไลป์ซิกมีปีเตอร์ กูลัคซี่ลงสนามในตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยกองหลังมีมาร์เซล ฮัลส์เทนเบิร์ก,ดาโยต์ อูปาเมกาโน่,ลูคัส โคลสเตอร์มันน์ อังเคลินโญ่ ส่วนกองหน้าจะเป็นมาร์เซล ซาบิตเซอร์ลงสนามเต็มเวลาและเปลี่ยนให้นอร์ดี้มูคิเอเล่ ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 , ยุสซุฟ โพลเซ่น

กองกลางจะเป็นเควิน คัมเปล , คอนราด ไลเมอร์โดยไทเลอร์ อดัมส์ลงสนามแทนในนาทีที่72, คริสโตเฟอร์ เอ็นเกิงกู ถูกเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 83 ให้อมาดู ไฮดาร่าลงสนาม และดานี่ โอลโม่ซึ่งในนาทีที่ 83 เปลี่ยนตัวออกให้พาทริค ชิคลงเล่นแทน

  • ทีม แอตเลติโก มาดริด ยาน โอบลัคลงทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ในส่วนของกองหลังทีมได้ใช้บริการของคีแรน ทริปเปียร์ , สเตฟาน ซาวิช , โฮเซ่ คิเมเนซ และเรนาน โลดี กองหน้าหัวหอกใช้งาน ยานนิค การ์ราสโก้ ส่วนกองหน้าเป้าคือดีเอโก้ คอสต้า โดยหลังลงเล่นได้ 72 นาที ได้เปลี่ยนตัวให้อัลวาโร่ โมราต้าลงเล่นแทน , มาร์กอส ยอเรนเต้และมาร์กอส ยอเรนเต้

โดยกองกลางมอบให้เป็นหน้าที่ของซาอูล ญีเกซ,เฮคเตอร์ เอร์เรร่าซึ่งเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 58 ให้ชูเอา เฟลิกซ์ลงมาแทน, โกเก้ ถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 90+2 ให้เฟลิเป้ลงแทน และดีเอโก้ คอสต้าซึ่งถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 72 ให้อัลวาโร่ โมราต้า ทำหน้าที่แทน

สภาพทั่วไปของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

  • ทีมสโมสร แอร์แบ ไลป์ซิก

สำหรับทีมไลป์ซิกทีมอันดับ 3 ในบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาล 2019-2020 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ด้วยการทำประตูรวมสองนัดในรอบ 16 ทีมสุดท้ายชนะทีมผู้ดีจากพรีเมียร์ลีกท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์แบบขาดลอย 4 ประตูต่อ 0 โดยการลงสนามรอบ 8 ทีมสุดท้ายครั้งของจะไม่มี ติโม แวร์เนอร์ ที่ย้ายไปอยู่สโมสรเชลซีแล้ว

ไลป์ซิก ยังต้องทดสอบความฟิตของนักเตะที่สำคัญอีก 3 คนได้แก่ยุสซุฟ โพลเซ่น – อิบราอิมา โกนาเต้ – มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก แผนการแข่งขันในครั้งนี้ไลป์ซิกใช้สูตรการเล่นแบบใหม่เพื่อให้ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการเล่นทั้งสามารถสลับตำแหน่งไปมาได้ด้วยสูตร3-4-2-1

  • ทีมสโมสรแอตเลติโก มาดริด

แอตเลติโก มาดริด ทีมอันดับ 3 ใน ลีกา สเปน ฤดูกาล 2019-2020ลำดับเดียวกันกับไลป์ซิกโดยสามารถเขี่ยแชมป์เก่าของยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกลงได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยต้องเอาชนะกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้แชมป์เก่าอย่างทีมหงษ์แดง ลิเวอร์พูล ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยสกอร์ประตูรวม 3 ต่อ 2

แมตช์นี้สโมสรไม่สามารถใช้บริการนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บได้ถึง 2 คนคือ อังเคล กอร์เรอา กับ ซิเม่ เวอร์ซัลโก้ และยังต้องรอการทดสอบความฟิตของโตมัส ปาร์เตย์อีกด้วย ในการทำศึกษาครั้งนี้ทางทีมมาดริดใช้แผนการเล่นแบบมาตราฐานสากล 4-4-2 เป็นหลักเพื่อให้นักเตะแต่ละคนมีพื้นที่ในการรับผิดชอบอย่างชัดเจนและทับซ้อนกันให้แย่งกันเล่น

การคาดการณ์รูปแบบการแข่งขันที่จะปรากฏในสนาม

ทีมแอร์แบ ไลป์ซิกแม้ 4 นัดสุดท้ายที่ลงสนามก่อนจะรอแข่งในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้จะสามารถโชว์ฟอร์ชนะได้เพียงสนามเดียวเท่านั้น แต่ภาพรวมและรูปแบบการเล่นของทีมเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก นักเตะร่วมมือกันทำหน้าที่ได้ดี หลังจากที่เคยแพ้ถึง 17 นัดต่อเนื่องมาถือว่าเป็นทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด

ส่วนทีมแอตเลติโก มาดริด ภาพรวมของการเล่นในสนามถือว่าฟอร์มยังดีเยี่ยม แพ้หนึ่งนัดจากที่ลงเล่นทั้งหมด 3 นัด โดยนับย้อนหลังไป 18 นัดทีมมาดริดแพ้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น โอกาสที่ทั้งสองทีมจะเสมอกันในเวลา 90 นาทีเป็นไปได้มาก หรือถ้ามีการทำประตูก็จะมีจำนวนประตูรวมทั้งสองทีมอยู่ที่ไม่เกิน 2 ลูกแน่นอน

ภาพรวมของการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายวันที่ 130820

การลงสนามในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเตะแบบน๊อคเอ้าของทั้งสองทีมถือว่าเป็นเกมการข่งขันที่สูสีและดูสนุกมาก ไลป์ซิก ฟอร์มการเล่นดีกว่าที่คิดไว้มากสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นตามสถานะการณ์ของการแข่งขันในสนามได้ดี สามารถรับมือกับทีมยักษ์อย่างมาดริดได้แบบไม่เป็นรองเลยถือว่าทำปากกากูรูไทนร้าวได้ไม่น้อย

หลังเริ่มเกมเพียง 3 นาที ไลป์ซิก ได้กล่าวทักทายมาดริดไปก่อนจากการฉวยโอกาสในข้อผิดพลาดของกองหลังมาดริดที่สกัดบอลไม่ขาดเข้าทาง มาร์เชล ฮัลสเตนเบิร์ก วอลเลย์ตามน้ำเต็มแรง บอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าสเยดาย และอีก 6 นาทีต่อมาทีมมาดรินได้ตอบรับคำกล่าวทักทายของ ไลป์ซิกบ้างจะลูกตั้งเตะฟรีคิกของเรนัน โรดี แต่เบาเกินไป ไม่สามารถผ่านมือนายทวารกูลาสซี่ ไปได้

นาทีที่ 12 เรนัน โรดีคนเดิมหลุดเข้ามาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนแอสซีสต์บอลให้ยานนิค คาร์ราสโก ซัดเต็มข้อบอลพุ่งดิ่งเข้าเสาแรกแต่ ยังไม่เฉียบคมพอจะผ่านมือของกูลาสซี่ผู้รักษาประตูของไลป์ซิก ไปได้พุ่งมาปัดออกอย่าน่าเสียวไส้ ก่อนจบครึ่งหลังในช่วงทดบาดเจ็บดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังโขกบอลเหน่งๆ จากลูกเตะมุมแต่ตรงตัวผู้รักษาประตูของมาดริด สามารถได้อย่างสบาย จบครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 0 ประตูต่อ 0

ในนาทีที่ 50 ของครึ่งหลังถึงเวลาของการหักปากกาเซียนบอลทั้งหลายด้วยการทำสกอร์แรกของเกมขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 โดยการต่อบอลทำชิ่งอย่างสวยงามก่อนจะปิดจ๊อบด้วยลูกโหม่งของดาเนียล โอลโม ที่ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ จ่ายมาจากฝั่งขวาเข้าไปบริเวณเสาสอง โอบลัคนายประตูของมาดริดหมดปัญญาจะช่วยทีมไว้ได้

ทีมมาดริดแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ส่งเจา เฟลิกซ์ ลงสนามและก็ไม่ทำให้แฟนๆ มาดริดต้องผิดหวังในนาทีที่ 71 เขาสามารถเรียกจุดโทษจากผู้ตัดสินได้ ก่อนลงมือลั่นไกด้วยตัวเองและตีเสมอได้เป็น 1 ประตูต่อ 1 ต่อมาในนาที่ 88 ไลป์ซิก ได้เฮอีกครั้งเมื่อ อังเคลินโญ เติมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจ่ายย้อนมาหน้าเขตโทษให้ ไทเลอร์ อดัมส์ ซัดเต็มข้อและบอลพุ่งแฉลบเสาแรกเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำไรกันไม่ได้ จบเกม ไลป์ซิก เข้ารอบรองชนะเลิศอย่างสวยงามและเป็นครั้งแรกของสโมนที่สามารถเดินทางมาไกลได้ชนาดนี้

การแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายวันที่ 13 สิงหาวันแห่งประวัติศาสตร์

เป็นครั้งแรกของสโมสรไลป์ซิก ที่สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยร์ลีกได้สำเร็จ ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำของสโมสรและที่สำคัญ ยังมีหนทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงรอบชิงชนะเลิศ ไม่ว่าปี 2020 อาจจะเป็นปีที่ดีที่สุดของทีมก็เป็นไปได้

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี